โปรแกรมระหว่าง J1 และ F1 แตกต่างกันอย่างไร

J-1 เป็นคำที่เราใช้เรียกประเภทวีซ่า โดยชื่อเต็มๆ ของเขาคือ "Exchange Visitor Programs" หรือใช้เรียกเหมารวมสำหรับคนที่มีจุดประสงค์ชัดเจนที่จะไปเยือนสหรัฐฯเพื่อทำการแลกเปลี่ยนไม่ว่าจะเป็นภาษา วัฒนธรรม ความรู้ ทักษะ หรือประสบการณ์ต่างๆ 

บุคคลสัญชาติไทยจะต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้างในการขอวีซ่า เจ วัน ( วีซ่าแลกเปลี่ยน )

หลังจากเป็นที่แน่นอนว่าผู้ยื่นขอวีซ่าเจ วันได้รับการตอบรับเข้าสู่โครงการแลกเปลี่ยนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้ยื่นขอจะต้องแสดงตนเองไม่มีเจตนาอพยพเข้าเมือง กฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองของสหรัฐอเมริกาค่อนข้างที่จะเข้มงวดในเรื่องของเจตนาอพยพนี้ บุคคลสัญชาติไทยจะต้องแสดงว่ามีคุณสมบัติข้อนี้ก่อนที่สถานฑูตสหรัฐอเมริกาในประเทศไทยจะออกวีซ่าเจ วัน ให้ โดยเจ้าหน้าที่กงสุลมีอำนาจดลพินิจในการตัดสินใจว่าจะออกวีซ่าให้ผู้ยื่นขอหรือไม่ ผู้ยื่นขอวีซ่าเจ วันที่จะได้รับวีซ่าจะต้องแสดงว่า :

  • บุคคลสัญชาติไทยที่ยื่นขอวีซ่าเจ วัน จะต้องมีจุดประสงค์ที่จะพำนักอาศัยในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลาชั่วคราว เป็นระยะเวลาสั้นๆ
  • บุคคลสัญชาติไทยที่ยื่นขอวีซ่าเจ วัน มีทุนทรัพย์ที่เพียงพอในการดำรงชีวิตตามมาตรฐานการครองชีพของประเทศสหรัฐอเมริกา
  • ผู้ยื่นขอวีซ่าชาวไทยจะต้องแสดงให้เห็นว่าตนมีความสัมพันธ์ทางสังคมและเศรษฐกิจกับประเทศไทยหรือประเทศอื่นๆนอกจากประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนั้นจะต้องพิสูจน์ได้ว่าความผูกพันนั้นมีความจำเป็นมากพอที่จะทำให้ผู้ถือวีซ่าเจ วัน เดินทางออกนอกประเทศสหรัฐอเมริกา

 

 

โครงการทุนแลกเปลี่ยนประเภทวีซ่า F1 

โครงการทุนที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่อยงานงานเอกชน ในการลดหย่อนค่าเทอม (Tuition Fee) ทำให้นักเรียนมีโอกาสในการศึกษาต่อในโรงเรียนรัฐบาล หรือเอกชน ในราคาที่ถูกกว่าปรกติทั่วไป เหมาะสำหรับเยาวชน อายุ 14-18 ปี หรือทางเลือกสำหรับนักเรียนที่จบการศึกษาโครงการทุนรัฐบาลและต้องการเรียนต่อเนื่อง หรือ นักเรียนที่มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนของการเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนของโครงการฯ เมื่อนักเรียนจบการศึกษาจากโครงการทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนฯ 1 ปีการศึกษาในโรงเรียนรัฐบาลอเมริกันและต้องการเรียนต่อเนื่องในทันทีในประเทศอเมริกา นักเรียนสามารถเรียนต่อในโรงเรียนรัฐบาลได้อีก 1 ปีการศึกษา ในประเภทวีซ่า F1 เนื่องจากตามกฎหมายของประเทศอเมริกานักเรียนมีสิทธิ์เข้าเรียนในโรงเรียนรัฐบาลอเมริกันได้เพียง 1ปี การศึกษาด้วยวีซ่า J1 และ F1หากนักเรียนจะเรียนต่อต้องกลับมาประเทศไทยเพื่อเปลี่ยนสถานะวีซ่านักเรียนทุน (J-1Student) เป็นนักเรียนเอกชน (F-1 student) ทั้งนี้นักเรียนสามารถเลือกประเภทของโรงเรียน Public School หรือ Private  school ได้นักเรียนสามารถเลือกประเภทกีฬาหรือกิจกรรมที่ชอบ รวมถึงวิชาที่เป็นภาษาที่ สาม โดยโรงเรียนเหล่านี้ สามารถออกหนังสือจบระดับมัธยมให้นักเรียนต่างชาติได้ (High  School Diploma) นักเรียนจะได้พักกับครอบครัวอุปถัมภ์หรือพักหอพักในโรงเรียนกรณีที่นักเรียนเลือกโรงเรียนที่เป็น Boarding School

 

ข้อควรรู้เกี่ยวกับวีซ่าแบบ J-1 

1.นักเรียนแลกเปลี่ยนแบบ J-1 ถือว่าเป็นนักเรียนเป็นโครงการพิเศษ ที่เน้นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม อาจจะไม่เน้นการเรียนวิชาการเต็มที่ แต่ก็ต้องรักษาเกรดแต่ละรายวิชาให้ไม่ต่ำกว่า C 
2.กรณีที่เรียนชั้น Year 12 เมื่อเรียนจบไม่มีการการันตีว่าจะได้รับใบประกาศนียบัตรจบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษา [High School Certificate] จากโรงเรียนที่ไปเรียน ยกเว้นได้ทำเรื่องขอเข้าโครงการพิเศษเพื่อจบหลักสูตรกับทาง GIE
3.ครอบครัวอุปถัมภ์ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นครอบครัวอาสาสมัคร
4.นักเรียนสามารถเข้าร่วมเล่นกีฬา หรือ กิจกรรมนอกเวลาเรียนได้ แต่จะต้องทำเกรดให้ได้ตามที่ทางชมรมกำหนดไว้
5.โรงเรียนเปิดในเดือนสิงหาคม
6.หากต้องการเรียนต่อในปีการศึกษาต่อไป สามารถทำได้โดยการกลับมาเพื่อเปลี่ยนวีซ่าและย้ายไปเรียนในโรงเรียนเอกชน

ข้อควรรู้เกี่ยวกับวีซ่าแบบ F-1

1.สามารถเลือกโรงเรียนได้ทั้งรัฐบาลและเอกชน
2.พักบ้านโฮมสเตย์ที่ได้รับการคัดเลือกอย่างดี (ไม่ใช่อาสาสมัคร) เมื่อไม่พอใจสามารถขอเปลี่ยนได้
3.สามารถเริ่มเข้าเรียนได้ทั้ง 2 เทอม คือ ในเดือนสิงหาคม หรือ มกราคม
4.หากต้องการเรียนต่อ ในปีการศึกษาต่อไป สามารถทำได้โดยไม่ต้องกลับมาขอวีซ่าใหม่ที่ประเทศไทย

 

ตารางเปรียบเทียบระหว่างโครงการ J1 และ F1